ก็ผ่านพ้นปีใหม่กันมาด้วยดีกับช่วงนี้ ที่สาเหตุเมาแล้วขับ ยังเป็นอันดับ 1 ในการคร่าชีวิตคนในช่วงเทศกาล แต่จากเหตุการณ์เมื่อช่วงปลายปี ที่ Honda Civic ปะทะ เข้ากับรถตู้ จนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และเมื่อวานนี้ก็เกือบเกิดเหตุซ้ำสอง บนช่วงทางลงสุขุมวิท 62 เมื่อรถเก๋ง หักหลบ ซากสุนัขในเลนขวาบนทางด่วน และพุ่งชนรถตู้โดยสาร เคราะห์ ดีไม่มีใครเสียชีวิต

สิ่งที่เหมือนกันใน 2 เหตุการณ์ อุบัติเหตุที่ทั้งส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ใช่เพียงแต่เป็นเรื่องราวของรถตู้โดยสารเท่านั้น และกลับกันก็ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์เก๋งยี่ห้อดังที่เป็นที่นิยมของคนหมู่มาก ทว่านี่อาจจะเป็นเรื่องของความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของการใช้รถยนต์แบบขับ เคลื่อนล้อหน้าที่คุณยังต้องการความเข้าใจ

หลายคนอาจจะไม่ทราบ และหลายคนอาจจะทราบดีว่า รถรุ่นใหม่ที่ถูกจำหน่ายนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว โดยเฉพาะรถยนต์จากค่ายรถญี่ปุ่นไม่นับรถยนต์กลุ่มกระบะบรรทุกนั้น มักจะถูกสร้างในแพลทฟอร์มที่เรียกว่า เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ Front Engine Front Wheel Drive ที่ช่วยลดต้นทุนทางด้านการผลิตและราคาค่าตัว แต่ในทางกลับกันมันก็มีบางอย่างที่คุณต้องอาศัยความเข้าใจ

ระบบขับเคลื่อนล้อหน้านั้น มีมานานหลาย 10 ปี แล้ว และมันได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยราคาค่าตัวที่ถูก ประกอบประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน เช่นเดียวกับการเกาะถนนที่ไว้วางใจได้ ทำให้ค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ต่างหันมาผลิตรถยนต์กลุ่มนี้มากขึ้น และปัจจุบันก็เป็นแพลทฟอร์มรถใหม่ในเกือบแทบทุกรุ่นเลยก็ว่าได้

แม้ว่าระบบขับเคลื่อนล้อหน้าจะมีข้อดีพอ สมควร แต่มันก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน และมันไม่ใช่ข้อผิดพลาดหากแต่เป็นธรรมชาติของรถประเภทนี้ ที่หลายคนไม่ทราบ และไม่มีใครแม้แต่ครูผู้ฝึกสอนขับรถยนต์จนพาไปสอบใบขับขี่เคยบอกมาก่อน

1.ท้ายไว เมื่อทุกอย่างมาถูกจัดวางไว้ข้างหน้า แน่นอน ว่ารถขับหน้ามักมีอาการที่เราเรียกว่า “ท้ายไว” หรือท้ายปัดได้ง่าย ซึ่งทำให้รถแบบนี้ถ้าเจอแรงลมปะทะแรงมาก อาจทำให้ท้ายเซได้ เนื่องจากไม่มีการควบคุมการขับเคลื่อน เนื่องจากเป็นล้อตามเฉยๆ

2.หน้าดื้อ อาการหน้าดื้อ มักจะเกิดได้ง่ายกับรถขับหน้า โดยเฉพาะเวลาฝนตกที่คุณจะเลี้ยวไปทางใดทางหนึ่งแต่ปรากฏรถไม่เลี้ยวตามที่ คาดหวังไว้ อาการดังกล่าวคือ หน้าดื้อ หรือ Under Steer ซึ่งอันตรายมากๆ และต้องการความชำนาญในการขับขี่สักนิด

3.หน้าไว หลายคนไม่ทราบ แต่เราอยากจะบอกจริงๆว่า รถขับเคลื่อนล้อหน้า มีอาการหน้าไวมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากแพลทฟอร์มของรถที่ล้อขับเคลื่อนและล้อบังคับเลี้ยวมาอยู่ ด้วยกัน ทำให้ทันทีที่คุณหักพวงมาลัยรถก็จะเปลี่ยนทิศทางในทันทีเรียกว่าทันใจ แต่ในระดับความเร็วสูงมันอาจจะไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้

 

จากสิ่งที่เรากล่าวไปในข้างต้น... จะ เห็นได้ว่ารถขับหน้าไม่ใช่รถที่ขับง่ายอย่างที่เราคิด เพราะถ้าเสียสมาธิการขับขี่ปล่อยมือจากพวงมาลัยนิดเดียว อาจพาไปพบจุดจบได้ ดังนั้นคุณควรจะจำเป็นที่จะต้องรู้จักวิธีควบคุมรถขับหน้าและมันไม่ยากอย่าง ที่คิด

 

1.ควบคุมคันเร่ง รถขับหน้านั้นจะขับง่ายขึ้นถ้าคุณรู้จักการคุมคันเร่งให้ถูกต้อง ซึ่งระดับคันเร่งที่พอเหมาะนั้นจะช่วยให้คุณแคล้วคลาดมากขึ้น โดยเฉพาะ เวลา เร่ง แซง เข้าทางโค้งนั้นจะช่วยได้มาก

2.รู้จักการเข้าโค้ง ทางโค้งคือจุดอันตรายมากๆ ของรถขับหน้า เนื่องจากระบบบังคับเลี้ยวที่อยู่กับล้อขับเคลื่อน ทำให้ รถประเภทนี้เวลาขับเข้าโค้งจะรู้สึกแหกโค้ง ซึ่งมาจากอาการที่เรียกว่า Torque Steer และ มันทำให้รถเลี้ยวได้ดีขึ้น แต่ด้วยความเร็ว ทำให้มันเหมือนจะหลุดออกไปทางด้านขวา และเป็นสาเหตุที่บ่อยครั้งรถขับหน้ามักจะกินเลนเข้ามาด้วยความตกใจของคนขับ นั่นเอง

การเข้าโค้งของรถขับหน้านั้น ทางที่ดีผ่อนคันเร่งก่อนถึงโค้ง แล้วจากนั้นค่อยๆเดินคันเร่ง พร้อหักพวงมาลัยตามโค้ง ..ง่ายๆไม่ยาก อย่าใช้วิธีมาแล้วสาดไปโดยไม่เบรคก็ผ่อนสักนิดดีกว่า..เชื่อเถอะ

3. รู้วิธีแก้หน้าดื้อ นี่เป็นเทคนิคระดับเซียน ที่ไม่มีใครมักจะมาบอกนอกจากขวนขวายด้วยตัวเอง ทว่าเราว่ามันมีประโยชน์ โดยเฉพาะ เวลายามฝนตกที่บ้านเราก็เกิดกันบ่อยๆ อาหารหน้าดื้อที่เราบอกไปแล้วนั้น มีวิธีแก้ แม้จะอันตราย แต่ถ้าคุณมีสติ รับรองว่าไม่ยาก

เวลาเกิดอาการหน้าดื้อที่รถคุณกำลังตรง ทั้งๆที่คุณหักเลี้ยว ซึ่งเกิดจากแรงบิดที่ล้อมีมากเกินไปนั้น ทางออกคือลดความเร็วลง แต่ไม่ฉับพลัน เพื่อให้ล้อได้การยึดเกาะพื้นผิวกลับคืนมา โดยเพียงผ่อนคันเร่ง และหรือ กดเบรคน้อยๆ ห้ามกดแรง และจับพวงมาลัยให้ดีเพราะ ทันทีที่ล้อได้การเกาะถนนคืนมา มันจะเลี้ยวแทบจะทันทีทันใด

 

ทั้ง หมดนี้ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนที่ใช้รถยนต์ขับหน้าควรรู้และเป็นเรื่องที่ไม่ น่าจะมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังขับรถที่อาจจะดีในการเกาะถนน แต่กลับกันมันก็อันตรายสุดๆ เช่นกัน

credit:http://auto.sanook.com

 

Comment

Comment:

Tweet